วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2560

Kata Kerja


Bahasa Melayu
               ภาษามลายู (มลายูBahasa Melayu) เป็นภาษาหลักภาษาหนึ่งในตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน มีสถานะเป็นภาษาราชการในบรูไนมาเลเซียสิงคโปร์ และอินโดนีเซีย มีผู้พูดประมาณ 200–250 ล้านคน (ณ ปี พ.ศ. 2552) โดยเป็นภาษาแม่ของผู้คนตลอดสองฟากช่องแคบมะละกา ซึ่งได้แก่ ชายฝั่งคาบสมุทรมลายูของมาเลเซียและชายฝั่งตะวันออกของเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย และได้รับการยอมรับเป็นภาษาแม่ในชายฝั่งตะวันตกของซาราวะก์และกาลีมันตันตะวันตกในเกาะบอร์เนียว นอกจากนี้ยังใช้เป็นภาษาการค้าในภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งได้แก่ ตอนใต้ของคาบสมุทรซัมบวงกากลุ่มเกาะซูลู และเมืองบาตาราซาและบาลาบัก (ซึ่งมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่) ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะปาลาวัน

          คำกริยา (Kata Kerja)

          คำกริยา (Kata Kerja) หมายถึง  คำที่แสดงอาการ สภาพ หรือการกระทำของคำนาม และคำสรรพนามในประโยค คำกริยาบางคำอาจมีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง บางคำต้องมีคำอื่นมาประกอบ และบางคำต้องไปประกอบคำอื่นเพื่อขยายความ

คำกริยามี 2 ชนิด คือ

         1. สหกรรมกริยา (Kata Kerja Transitif) คือ  คำกริยาที่ต้องการกรรมมารองรับ

ตัวอย่างคำ

membaca(อ่าน) , mencuci (ทำความสะอาด) , mencari (ตามหา)

ตัวอย่างประโยค (Contoh Ayat)

1.Pekerja itu mencuci bangunan.(พนักงานคนนั้นกำลังทำความสะอาดอาคาร)
2.Anak ayam mencari ibunya. (ลูกไก่กำลังตามหาแม่ไก่)

         2.อกรรมกริยา (Kata Kerja Tak Transitif) คือ คำกริยาที่ไม่ต้องการกรรมมารองรับ


ตัวอย่างคำ

menangis (ร้องไห้) , tidur (นอน) , mandi (อาบน้ำ) 

ตัวอย่างประโยค (Contoh Ayat)

1.Zurina sedang menangis. (ซูรีนากำลังร้องไห้)
2.Ali sedang  tidur. (อาลีกำลังนอน)

อ้างอิง

https://ms.m.wikipedia.org/wiki/Kata_kerja

Kata Nama

Bahasa Melayu 
             ภาษามลายู เป็นภาษาหลักภาษาหนึ่งในตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน มีสถานะเป็นภาษาราชการในบรูไน,มาเลเซีย,สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย มีผู้พูดประมาณ 200-250 ล้านคน (ณ ปี พ.ศ. 2552) โดยเป็นภาษาแม่ของผู้คนตลอดสองฟากช่องแคบมะละกา ซึ่งได้เเก่ชายฝั่งคาบสมุทรมลายูของมาเลเซียและชายฝั่งตะวันออกของเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย และได้รับการยอมรับเป็นภาษาแม่ในชายฝั่งตะวันตกของซาราวะก์และกาลีมันตันตะวันตกในเกาะบอร์เนียว นอกจากนี้ยังใช้เป็นภาษาการค้าในภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งได้เเก่ ตอนใต้ของคาบสมุทรซัมบวงกา, กลุ่มเกาะซูลู และเมืองบาตาราซาและบาลาบัก (ซึ่งมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่) ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะปาลาวัน

            คำนาม (Kata Nama)
           คำนาม (Kata Nama) หมายถึง คำที่ใช้เรียกชื่อ คน สัตว์ พืช สิ่งของ สถานที่ สภาพ อาการ ลักษณะ ทั้งทีเป็นสิ่งมีชีวิต หรือสิ่งไม่มีชีวิต ทั้งที่เป็นรูปธรรม และนามธรรม
 เราสามารถจำแนกประเภทของคำนามออกได้เป็น 3 ชนิด คือ
          1.คำนามทั่วไป (Kata Nama Am) คือ คำนามที่ใช้เรียกสถานที่ คน สัตว์ สิ่งของ เป็นต้น แบบไม่เจะจงว่าจะเป็นสถานที่ใด คนไหน ชื่ออะไร

ตัวอย่างคำ
sekolah(โรงเรียน), pencel(ดินสอ), buku(หนังสือ)
ikan(ปลา), kucing(แมว), kuda(ม้า)

ตัวอย่างประโยค (Contoh Ayat)
1.Muna pergi ke Sekolah (มูนาไปโรงเรียน)
2.Ana membaca buku (อานาอ่านหนังสือ)

         2.คำนามเฉพาะ (Kata Nama Khas) หมายถึง คำนามที่เป็น"ชื่อเฉพาะ" ของสถานที่ คนสัตว์ สิ่งของ เป็นชื่อเรียกที่ค่อนข้างเจาะจง (เรียกแล้วรู้เลยว่าที่ไหน อันไหน หรือเป็นใคร)

ตัวอย่างคำ
Universiti Thaksin  (มหาวิทยาลัยทักษิณ )
Ahmad (ชื่อคน), Pattani (ชื่อจังหวัด) 

ตัวอย่างประโยค (Contoh Ayat)
1.Ana belajar di Universiti Thaksin (อานาเรียนที่มหาวิทยาลัยทักษิณ)
2.Mereka asal dari Pattani (พวกเขามาจากปัตตานี)

        3.คำสรรพนาม (Kata Ganti Nama) หมายถึง คำที่ใช้แทนคำนามชนิดต่างๆ เพื่อไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำอีกครั้ง
 ตัวอย่าง (Contoh)
1.a. Puan Nurida hendak ke mana? (ชื่อจริง)
b. Awak hendak ke mana? (คำสรรพนาม)
2.a. Encik Fauzan asal dari mana? (ชื่อจริง)
b. Awak asal dari mana? (คำสรรพนาม)

คำสรรพนามสามารถแบ่งออกได้ 3 ชนิด
1.สรรพนามบบุรุษที่1 (Kata Ganti Nama Diri Orang Pertama) ใช้แทนผู้พูด เช่น
-เอกพจน์  saya(ฉัน), aku(ข้า), hamba(บ่าว)
-พหูพจน์   kita(เรา)
2.สรรพนามบุรุษที่2 (Kata Ganti Nama Diri Orang Kedua) ใช้แทนผู้ฟัง เช่น
-เอกพจน์ kamu(เธอ) anda(คุณ) awak(แก)
-พหูพจน์ puan-puan ท่านทั้งหลาย(ผู้หญิง)
3.สรรพนามบุรุษที่3 (Kata Ganti Nama Diri Orang Ketiga)ใช้แทนผู้กล่าวถึง เช่น
-เอกพจน์ dia(เขา)  ia(มัน)
-พหูพจน์ mereka(เขาทั้งหลาย)

อ้างอิง
http://sarifudinhasbullah.blogspot.com/p/kata-nama.html?m=1
https://ms.m.wikipedia.org/wiki/Kata_nama